การใช้ QR codeในการเดินทาง

                    การใช้ QR code ในการเดินทาง หลายท่านอาจยังไม่ทราบหรือยังไม่รู้วิธีการใช้ วันนี้เลยเอามาสอนให้ใช้งานกันครับไม่ยากแถมยังสนุกด้วย
                  ก่อนอื่นต้องโหลด App QR code มาก่อน ในที่นี้จะไม่ขอแนะนำนะครับว่าให้ติดตั้ง Appไหน ก็ลองหาดูใน Google Play ครับชอบอันไหนก็โหลดมาติดตั้งให้เรียบร้อย การใช้งานจะมี 2 แบบ
                    แบบที่ 1 เปืดสแกนจากตัวกล้อง โดยเปิดโปรแกรมแล้วแตะที่รูปกล้อง จะเปิดหน้าโปรแกรมมาเป็นแบบในรูป


แล้วนำไปสแกนภาพ QR code ที่เราจะใช้งาน รอให้ระบบทำการอ่านค่าแล้วก็จะได้ข้อมูลตามในภาพ


ระบบจะแสดงข้อมูล สถานที่  หน้าเว๊บไซย์ และ ฯลฯ


                       แบบที่ 2 ให้เราทำการบันทึกภาพ มาเก็บไว้ก่อน เช่นการ ภ่าย, ดาวน์โหลด มาเก็บไว้ก่อนแล้วทำการเปิดภาพขึ้นมา


ทำการแตะที่ "แชร์" เพื่อเปิด App


แตะที่ App ตามภาพ



App จะบอกข้อมูล แยกไปแต่ละส่วน แตะให้แสดงแผนที่


หรือจะให้แสดงข้อมูลเว๊บไซย์ที่เป็นทางการ


ลองเลือกใช้งานดู ครับ

ป้ายใหม่ของ Google Local Guides

             เมื่อหลายวันก่อน Google ได้เปิดตัวป้ายใหม่ 4 ป้ายใน Google Local Guides ที่จะแสดงถึง Top Contributors ได้แก่ นักรีวิว, ช่างภาพ, นักบุกเบิก, และผู้ให้ข้อมูล


ซึ่งแน่นอนว่าการเพิ่มป้ายเข้ามา จะต้องเพิ่มคะแนนให้ด้วย


เหมือนว่า Google จะพยายามแยกประเภท ของ สมาชิก Google Local Guides ออก เพื่อให้บ่งชี้ได้ชัดเจนว่าเป็นผู้มีความถนัดทางด้านไหน


นักบุกเบิกผู้เชี่ยวชาญ


ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญ


ผู้ให้ข้อมูลมือใหม่



ผู้ให้ความเห็นมือใหม่




ซึ่งเป็นการเก็บสถิติ ของระบบ รวมถึงการเข้าถึงข้อมูล


เพื่อเอามาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ของผู้ที่ต้องการใช้ข้อมูลในการหาใน Google Map ไม่ว่าจะเป็นการหาร้านค้า, ร้านอาหาร, บริษัท, อาหารบ้านเรือน ตลอดจนการเดินทาง
                    ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีประโยชน์มากๆ อยากให้มาร่วมกันให้ข้อมูลกันนะครับ

บันทึกไฟล์ภาพใน Photoshop

       เมื่อสร้างหรือตกแต่งภาพเสร็จแล้ว เราจะต้องบันทึกไฟล์ด้วยเพื่อเก็บการเปลี่ยนแปลง ที่ทำกับภาพโดยเลือกบันทึกไฟล์ได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งานสำหรับ ไฟล์ประเภทแรกที่ควรบันทึกคือ รูปแบบ PSD ของ Photoshopเองเพื่อเก็บเป็นต้นฉบับไว้สำหรับ นำมาแก้ไขในภายหลังจากนั้นจึงสั่งบันทึกไฟล์เป็นประเภทอื่น เช่น GIF หรือ JPG เพื่อให้เหมาะสำหรับ การนำไปใช้งานในแต่ละกรณี

บันทึกไฟล์ Photoshop (.PSD)
       การแก้ไขไฟล์ภาพโดยการสร้างกราฟิก เพิ่มการตัดต่อ หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะของไฟล์ภาพที่มีผลกับโครงสร้าง เดิมของภาพเมื่อเลือกคำสั่ง File > Save จะแสดงไดอะล็อกบ็อกซ์ Save As ขึ้นมา โดยจะเลือกรูปแบบของไฟล์เป็น Photoshop (*.PSD, *.PDD) เป็นค่าพื้นฐานดังนี้
** คุณสมบัติของไฟล์ PSD จะเก็บรายละเอียดการทำงานต่าง ๆ เช่น เลเยอร์, ฟอนต์ และเส้นพาธ ไว้ได้อย่างครบถ้วนช่วยให้การนำไฟล์ภาพกลับมาแก้ไขทำได้ง่าย ในขณะที่ไฟล์ประเภทอื่นจะเก็บข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ หรือได้เพียงบางส่วน

บันทึกไฟล์ทับของเดิม
        การเปิดไฟล์ภาพมาตกแต่งสี, แสงเงา หรือกำหนดค่าเอฟเฟ็กต์ให้กับภาพ แต่ไม่ได้ใช้คำสั่งเกี่ยวกับการสร้างเลเยอร์ (เลเยอร์ คือ ชั้นที่จัดวางรูปภาพ) หรือสร้างกราฟิกอื่น ๆ เพิ่มเติมในภาพ เมื่อเลือกคำสั่ง File > Save โปรแกรมจะให้บันทึกทับชื่อไฟล์เดิม รูปแบบเดิม (จะไม่มีไดอะล็อกบ๊อกซ์ Save As เปิดขึ้นมา หากไม่ต้องการให้ทับไฟล์เดิม ต้องคลิกเลือกคำสั่ง File > Save As เอง) 

บันทึกเป็นไฟล์รูปแบบอื่น ๆ
        นอกจากการบันทึกเป็นไฟล์ .psd และบันทึกลงในรูปแบบของไฟล์ต้นฉบันเดิม แล้วยังบันทึกไฟล์ภาพ เก็บไว้ในรูปแบบอื่น ๆ ได้ตามต้องการ โดยคลิกเลือกคำสั่ง File > Save As แล้วเลือกรูปแบบของไฟล์ในช่อง Format ซึ่งจะมีรูปแบบไฟล์ให้เลือกหลายแบบดังภาพ


บันทึกไปใช้กับเว็บเพจ หรืออุปกรณ์อื่น
        รูปภาพที่นำไปใช้กับเว็บเพจ จะต่างจากรูปภาพที่นำไปใช้กับงานด้านอื่น ๆ คือ ชนิดของภาพที่จะนำไปใช้บนเว็บเพจ นั้น ต้องเป็น GIF, JPG หรือ PNG เท่านั้น และควรให้ไฟล์มีขนาดเล็ก ขนาดภาพต้องพอดี ไม่ใหญ่จนเกินไป เมื่อผู้ชมเปิดเข้าไปในเว็บไซต์จะได้โหลดภาพได้เร็วยิ่งขึ้น โปรแกรมจึงมีคำสั่งสำหรับบันทึกรูปภาพ ไปใช้ในเว็บเพจโดยเฉพาะ คือ Save for Web & Devices โดยคำสั่งนี้จะให้กำหนดค่าออปชั่น การบันทึกภาพประเภทต่าง ๆ พร้อมกับดูภาพตัวอย่าง ขนาดของไฟล์ และระยะเวลาในการดาวน์โหลดเปรียบเทียบกันได้อีกด้วย ดังนี้

1.เลือกคำสั่ง File > Save for Web & Devices

2.กำหนดออปชั่นต่าง ๆ ในการแปลงไฟล์ แล้วดูภาพ ขนาด และเวลาในการดาวน์โหลดเปรียบเทียบกันในไดอะล็อกบ็อกซ์ Save for Web & Devices ดังภาพหน้า

3.เลือกภาพจากกรอบตัวอย่างที่ต้องการใช้งาน

4.คลิกปุ่ม Save เพื่อบันทึกภาพ

5.บนไดอะล็อกบ๊อกซ์ Save Optimized As เลือกตำแหน่งโฟลเดอร์ที่จะจัดเก็บในช่อง Save in

6.กำหนดชื่อไฟล์ภาพในช่อง File name

คลิกปุ่ม Save


 ไฟล์ภาพที่ใช้ใน Photoshop 

Photoshop  สามารถรองรับการทำงานกับไฟล์ภาพได้หลายชนิด ดังนี้
     . GIF  เป็นการบันทึกรูปภาพที่จะสามารถบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็ก ส่วนมากจะนำไปบันทึกเป็นไฟล์ภาพเคลื่อนไหว
     . PNG  ใช้บันทึกรูปภาพประเภทเวกเตอร์ จะมีคุณสมบัติคล้ายกับไฟล์ GIF ซึ่งสามารถบีบอัดข้อมูลให้มีขนาดเล็ก บันทึกส่วนที่โปร่งใสและสามารถเลือกระดับสีให้แสดงถึง 16.7ล้านสี
     . Tiff  เป็นการบันทึกไฟล์ภาพซึ่งสามารถบีบอัดข้อมูลทำให้คุณภาพของสีภาพเหมือนต้นฉบับ แต่ไฟล์ภาพนั้นจะมีขนาดใหญ่ ในกรณีที่บันทึกเป็นไฟล์สกุล TIFF  สามารถนำไปใช้ร่วมกับ PageMaker  เพื่อสร้างสื่อสิ่งพิมพ์ต่อไป
     . BMP  เป็นรูปแบบของไฟล์มาตรฐานที่ใช้ในระบบปฏิบัติการ Windows และ Dos  ซึ่งสามารถที่จะจัดเรียงสีดำไปหาสีขาว  (1 ไบต์ต่อ 1 pixel)  และจะสามารถเลือกระดับสีสูงถึง 24 บิต หรือ 16.7 ล้านสี
     . EPS  เป็นรูปของไฟล์ที่สามารถบรรจุภาพแบบเวกเตอร์และบิตแม็บสนับสนุนการนำรูปภาพ ไปเป็นภาพประกอบใน Illustrator หรือนำไปใช้ร่วมกับโปรแกรมจัดหน้าเอกสาร ในกรณีที่นำภาพแบบเวกเตอร์มาเปิดใน Photoshopจะถูกแปลงเป็น Bitmap ทันที
      . PDF  เป็นรูปแบบของไฟล์ที่ใช้เป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หรือนำเสนอข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ข้อดีของไฟล์ PDF  คือ รักษารูปแบบหน้ากระดาษ ตัวอักษร รูปภาพให้เหมือนกับต้นฉบับและนิยมนำไฟล์ PDF บันทึกไฟล์งานก่อนส่งโรงพิมพ์ส่วนโปรแกรมที่ใช้อ่านไฟล์ PDF คือ  Adobe Acrobat  Reader
      . JPEG  เป็นไฟล์ที่สามารถบีบอัดข้อมูลที่เป็นไฟล์รูปภาพประเภท Bitmap  หรือ ภาพถ่ายและสามารถกำหนดการแสดงภาพบนเว็บจากหยาบไปหาความละเอียดที่เรียกว่า Progressive ซึ่งเราสามารถปรับค่าออปชันของรูปแบบไฟล์ JPEG ได้ (ส่วนมากไฟล์ภาพเป็น *.jpeg เกือบทั้งหมด
     . PSD  เป็นไฟล์มาตรฐานที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรม Photoshop สามารถเปิดไฟล์ที่สร้างขึ้นด้วยเวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้ด้วย โดยไฟล์ .PSD จะไมสามารถเปิดใช้งานได จากโปรแกรมอื่น ๆ
     . BMP  เป็นไฟล์มาตรฐานของระบบปฏิบัติการโปรแกรม Windows
     . TIFF  เป็นไฟล์ที่สามารถใช้ได้ทั้งเครื่อง PC และ Macintosh ซึ่งส่วนใหญ่ใช้งาน
โปรแกรมเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์  เช่น โปรแกรม Page Maker
     .GIF  เป็นไฟล์ที่ใช้กันมากในการสร้างเว็บไซต์ เพราะไฟล์มีขนาดไมใหญ่ ง่ายต่อการบีบอัดข้อมูลทั้งไฟล์ประเภทนี้ส่วนใหญ่จะสามารถเคลื่อนไหวไดสร้างขึ้นจาก โปรแกรมกราฟก และแอนิเมชั่น เช่น โปรแกรม Image Ready
     .JPEG  เป็นที่นิยมใช้งานกันอย่างแพรหลาย เพราะมีขนาดเล็ก ง่ายต่อการบีบอัด
สามารถสร้างขึ้นไดจากโปรแกรมกราฟิกทั่ว ๆ ไป
     . PCT  เป็นไฟล์ที่ใช้ในบนเครื่อง Macintosh เท่านั้นและมีขนาดของไฟล์ค่อนข้างใหญ่มาก 
     . RAW  เป็นไฟล์ที่สามารถยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี ถาหากมีการเปลี่ยนแปลงการทำงานในระหว่าง Application หรือ ต่างเครื่องคอมพิวเตอร์
     . PNG  เป็นไฟล์ที่พัฒนาต่อจาก Gif ซึ่งข้อดี คือ  จะเกิดความสูญเสียน้อยมากหากมีการบีบอัดข้อมูล  ทำให้มีความเหมาะสมในการโอนถ่ายข้อมูลบนระบบเครือข่าย Internet


ใช้ Line หลายบัญชีในเครื่องเดียว

        หลาย ๆ คนคงเคยพบกับปัญหาที่ว่า มีบัญชีในบริการต่าง ๆ อย่างเช่น Facebook, Line, เกม หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ อีกมากมาย มากกว่า 1 บัญชีขึ้นไป และต้องการจะออนไลน์พร้อม ๆ กัน ลองใช้แอพนี้เลย Parallel Space 
          ซึ่งแอพนี้จะเป็นแอพที่จะสร้างระบบการจำลองขึ้นมาคล้าย ๆ กับ Virtual machines ที่บางคนก็อาจจะใช้เป็นการลงอีก Windows นึง ขนานไปกับ Windows หลัก ซึ่งหลักการการทำงานของแอพนี้ก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่กดเพิ่มที่หน้าแอพเพียงเท่านั้น เพียงเท่านี้ก็จะสามารถใช้งานแอพได้อีก 1 บัญชีเท่านั้นในแต่ละแอพ ในตอนนี้ยังไม่รองรับการจำลองแบบหลาย ๆ อันจากแอพเดียว
          ในส่วนของการขออนุญาติหรือ Permission นั้น แอพนี้จะทำการขอทุกอย่างที่เป็นเบสิกที่แอพทั่วไปใช้กัน เพื่อสะดวกต่อการใช้งานแอพต่าง ๆ รวมถึงการแจ้งเตือนอีกด้วย
วีธีการเพิ่มแอพใน  Parallel Space
ขั้นตอนที่ 1 : เปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นมา
ขั้นตอนที่ 2 : กดเครื่องหมายบวก ที่ด้านล่างของหน้าจอแอพ
ขั้นตอนที่ 3 : เลือกแอพที่ต้องการจะเพิ่ม
ขั้นตอนที่ 4 : เพียงกดเข้าไปที่แอพ เพียงเท่านี้ ผู้ใช้ก็สามารถใช้งานแอพบัญชีที่ 2 ได้แล้ว

วิธีลบแอพ
ขั้นตอนที่ 1 : กดค้างที่แอพเพื่อเลือกแอพที่จะทำการลบ
ขั้นตอนที่ 2 : ลากลงไปในถังขยะที่อยู่ทางด้านขวาล่างของแอพ และจากนั้นกดยืนยันการลบ

วิธีสร้างไอคอนที่หน้าโฮม
ขั้นตอนที่ 1 : กดค้างที่แอพเพื่อเลือกแอพที่จะทำการสร้างไอคอน
ขั้นตอนที่ 2 : ลากลงไปปุ่ม Create Shortcut ที่อยู่ทางด้านซ้ายล่างของแอพ


คราวนี้แอพเราก็จะสามารถสร้างหรือเข้าระบบในอีกบัญชีนึงได้แล้ว ไปประยุกต์ใช้กับเกมก็ได้ สามารถดาวน์โหลดทดลองใช้ได้แล้ววันนี้ที่ Play Store
ที่มา: Play StoreParallel Appแบไต๋

วิธีบันทึกไฟล์แบบต่างๆในPhotoshop

                หลังจากมีการแก้ไขหรือตกแต่งรูปภาพด้วย Photoshop แล้ว เราสามารถบันทึกรูปภาพในรูปแบบ หรือ Format ต่างๆ ได้หลายๆ ประเภทดังต่อไปนี้

ไฟล์ประเภทต่างๆ ของ Photoshop

  1. PSD ไฟล์ คือไฟล์มาตราฐานของ Photoshop ถ้าเราต้องการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงรูปภาพในครั้งต่อไป เราจำเป็นต้องบันทึก หรือ Save ในรูปแบบของ PSD เทานั้น Layer ต่างก็ยังอยู่ครับด้วย (การใช้งานเพียงคลิกเลือก File และคลิกคำสั่ง Save)
  2. Save for Web & Devices เป็นการบันทึกเพื่อใช้สำหรับใช้งานบนเว็บ หรือสื่ออื่นๆ สามารถบันทึกเป็นไฟล์ประเภท Jpeg, GIF, PNG, WBMP เป็นต้น ไฟล์ที่ได้มีขนาดค่อนข้างเล็ก (การใช้งานให้คลิกเลือกเมนู File เลือกคำสั่ง Save for Web & Devices)
  3. ไฟล์ประเภทอื่นๆ เช่น Jpeg, PNG, TIFF, PCX, GIF เป็นต้น สามารถสั่งบันทึกได้โดยการเรียกใช้คำสั่งจากเมนู File เลือกคำสั่ง Save หรือ Save as (สำหรับข้อแตกต่างของการบันทึกด้วยวิธีนี้กับบันทึกด้วย Save For Web & Devices ก็คือ ไฟล์ที่บันทึกด้วย Save, Save as ไฟล์ที่ได้จะมีขนาดใหญ่กว่า และคุณภาพสูงกว่า
สำหรับผู้ใช้งาน Photoshop เวอร์ชั่นเก่าๆ อาจไม่มีคำสั่ง Save for Web & Devices น่ะครับ

การหมุนภาพ Photoshop

การหมุนภาพ (Rotate) และการกลับด้านภาพ (Flip)
การตกแต่งภาพใน Photoshop ในบางครั้งเราจะต้องทำการหมุนหรือกลับด้านภาพ ซึ่งมีลักษณะการใช้อยู่ 2 แบบคือ

1. การหมุนและกลับด้านแบบทั้งชิ้นงาน
2. การหมุนและกลับด้านภาพเฉพาะเลเยอร์

วิธีการหมุนภาพ
1 การหมุนภาพแบบทั้งชิ้นงาน สามารถทำได้โดยเลือกคำสั่ง Image --> Rotate Canvas แล้วเลือก
180 องศา เพื่อหมุนภาพจากเดิมไป 180 องศา หรือ
90 องศา CW เพื่อหมุนภาพจากเดิมไป 90 องศาในทิศทางตามเข็มนาฬิกา หรือ
90 องศา CCW เพื่อหมุนภาพจากเดิมไป 90 องศาในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา หรือ
Arbritary ... เลือกแบบสามารถกำหนดองศาที่ต้องการหมุนภาพ โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้มีทิศทางทวนหรือตามเข็มนาฬิกา

2.การหมุนภาพเฉพาะเลเยอร์ การหมุนภาพเฉพาะเลเยอร์นั้น ให้เราทำการคลิกเลือกเลเยอร์ที่ ต้องการหมุนก่อน จากนั้นสามารถทำได้โดยเลือกใช้คำสั่ง Edit --> Transform จากนั้นเลือก
Rotate 90 องศา CW เพื่อหมุนภาพจากเดิมไป 90 องศาในทิศทางตามเข็มนาฬิกา 
Rotate 90 องศา CCW เพื่อหมุนภาพจากเดิมไป 90 องศาในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา
Rotate 180 องศา เพื่อหมุนภาพจากเดิมไป 180 องศา
        ผลลัพธ์การใช้งานทั้งสองรูปแบบจะทำให้ได้เกิดการหมุนภาพเหมือนกัน แต่แตกต่างกันที่คำสั่งการหมุนภาพทั้งชิ้นงาน จะทำให้ภาพในทุก ๆ เลเยอร์หมุนตามคำสั่งที่ใช้ แต่การใช้คำสั่งแบบที่ 2 จะทำให้ภาพในเลเยอร์ที่เลือกไว้เท่านั้นที่เกิดการหมุนตามคำสั่งที่ใช้ โดยภาพในเลเยอร์อื่น ๆ ยังคงมีลักษณะเหมือนเดิม

       นอกจากนี้แล้ว เรายังสามารถหมุนภาพได้อิสระโดยไม่จำเป็นต้องทำการกำหนดค่าเป็นองศาได้ แต่วิธีการนี้จะสามารถใช้หมุนภาพเฉพาะในเลเยอร์เท่านั้น โดยใช้คำสั่ง Edit --> Transform --> Rotate ซึ่งจะทำให้ภาพในเลเยอร์ที่เราเลือกไว้ เกิดลักษณะเส้นขอบดังภาพด้านล่าง ซึ่งเราสามารถใช้เมาส์เคลื่อนเข้าไปใกล้ ๆ บริเวณที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมบนเส้นขอบ จะทำให้สัญลักษณ์ของเมาส์เปลี่ยนเป็นเส้นโค้งมีลูกศรทั้งสองข้าง ให้เราคลิกมาค้างไว้ แล้วลากเมาส์จะทำให้ภาพของเราหมุนไปตามทิศทางที่ลากเมาส์

      หากเราสังเกตที่รูปเราจะเห็นสัญลักษณ์ที่จุดศูนย์กลางของรูป ซึ่งเจ้าสัญลักษณ์นี้ เป็นตัวกำหนดจุดศูนย์กลางของการหมุนภาพ เราสามารถเลื่อนสัญลักษณ์ของตำแหน่งนี้ไปไว้ที่ตำแหน่งไหนก็ได้ ลองทำดูนะค่ะ ว่าจะแตกต่างจากปกติอย่างไร
การกลับด้านภาพ
เป็นลักษณะการกลับภาพจากซ้ายไปขวา หรือลักษณะการกลับด้านแบบที่มองเห็นในกระจกเงาค่ะ มีด้วยกัน 2 แบบเหมือน ๆ กลับการหมุนภาพ นั้นก็คือ

1. การกลับด้านภาพแบบทั้งชิ้นงาน สามารถทำได้โดยการเลือกคำสั่ง Image --> Rotate Canvas แล้วเลือก
Flip Canvas Horizontal สำหรับกลับด้านภาพในลักษณะแนวนอน หรือ
Flip Canvas Vertical สำหรับกลับด้านภาพในลักษณะแนวตั้ง

2. การกลับด้านภาพเฉพาะเลเยอร์ สามารถทำได้โดยการเลือกเลเยอร์ที่ต้องการกลับด้านภาพ จากนั้นเลือกคำสั่ง Edit --> Transform แล้วเลือก
Flip Horizontal สำหรับกลับด้านภาพในลักษณะแนวนอน หรือ
Flip Vertical สำหรับกลับด้านภาพในลักษณะแนวตั้ง

ที่มา : Khomaranwankephotoshop

กำหนดหน้ากระดาษ

วิธีกำหนดขนาดหน้ากระดาษ A4 สำหรับงานปริ๊นใน Photoshop




สำหรับใครที่จะออกแบบหน้าปกหรือออกแบบงานสำหรับปริ๊นใน A4 ด้วย Photoshop ต้องกำหนดขนาดให้ถูกต้อง และต้องใช้ค่าสีให้ถูกต้องด้วย เพราะงานออกแบบสำหรับดิจิทัลกับสื่อสิ่งพิมพ์จะใช้ค่าสีต่างกัน


หลังจากคลิก File > New แล้วให้กำหนดขนาดเป็น 


Width = 210 Millimeters

Height = 297 Millimeters
W=2480 pix
H=3508 pix


และกำหนดค่าสีเป็น CMYK Color

ทำไมต้องเป็น CMYK

ค่าสีมีสองค่าหลักๆ ค่าแรกเป็น RGB จะให้สีสดเหมาะสำหรับงานที่แสดงในรูปแบบดิจิทัล เช่น ภาพสำหรับเว็บไซท์  หน้าปกเพจ เป็นต้นส่วน CMYK เป็นระบบสีที่ใช้กับเครื่องพิมพ์ CMYK ย่อมาจาก cyan (ฟ้าอมเขียว) magenta (แดงอมม่วง) yellow (เหลือง) Black (ดำ) สีจะดูอ่อนกว่า แต่เวลาพิมพ์ค่าสีจะไม่เพี้ยน